ปรุง “รัก” ให้กลมกล่อม ด้วย “ความสุข” ทั้ง 8

ว่ากันว่า…ความรัก ทำให้เกิดความสุข แต่ในอีกมุมมองก็บอกว่า ความสุข ทำให้เกิดความรัก ถ้าจะหาคำตอบว่าอะไรมาก่อนหลัง คงเหมือนคำถามที่ว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันสินะ แต่..ไม่ว่าความรู้สึกไหนจะมาก่อน ถ้าเป็นความรู้สึกของการให้ “รักแบบการให้” เกิด “ความสุขจากการปรารถนาดีอย่างจริงใจ” ก็คงไม่ต้องสงสัยในคำตอบว่า อะไรควรรู้สึกก่อนกัน

ค้นลึกลงไปในความหมายของความรัก

“เมื่อยิ่งโตขึ้น เราจะยิ่งเข้าใจความรักมากขึ้น” เชื่อว่าหลายๆ คนเคยได้ยินประโยคที่คล้ายๆ เหมือนคำปลอบใจให้เรารู้สึกดีขึ้นจากการไม่รู้จักความรักดีพอ ลองย้อนกลับไปมองความรักที่ผ่านมาของเราเองไม่ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงอายุใดก็ตาม ความรักที่ให้ไปก็เพื่ออยากอยากได้ความรักจากใครคนนั้นเป็นการตอบแทน หรือ รักของเราต้องเท่ากัน อะไรทำนองนั้น

ในบางครั้งเราอาจจะเคยนั่งค้นหานิยามรัก ปรัชญาความรัก ของกูรู ผู้ที่เคยผ่านความรัก หรือให้คำกำจัดความเอาไว้อย่างเข้าใจง่าย เพื่อที่เราจะได้เข้าใจในความรักมากขึ้น และถ้าหากพูดถึงเรื่องปรัชญาของความรัก คงไม่พ้น เพลโต นักปรัชญาชาวกรีกผู้โด่งดัง ที่ได้ให้คำอธิบายความรักจากบทสนทนาในเรื่อง ซิมโปเซียม ไว้ว่า

“เมื่อความร้อนและความเย็น ชื้นและแห้ง มารวมกันอย่างเหมาะสมกลมกลืน ก็จะนำความแข็งแรงและความปลอดภัยมาให้ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์หรือต้นไม้ มนุษย์หากปล่อยให้ความรักประเภทธรรมดาเข้าครอบงำ ก็จะเป็นโทษทั้งแก่ตัวเองและผู้อื่น ตรงกันข้าม ถ้ามนุษย์ยึดมั่นอยู่ในความรักประเภทสูงส่ง คือรักในความรู้และความงามที่แท้จริง ความงามที่แท้จะไม่มีการเปลี่ยนแปรใด ๆ ทั้งยังมีเอกภาพและมีความคงทนถาวร ไม่มีการลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างใดทั้งสิ้น ก็จะมีความสุขและความราบรื่นในชีวิต”

กระนั้นเอง ความรักที่งดงามและมั่นคงในรัก ย่อมทำให้เราเข้าใจความสุขและความราบรื่นในชีวิต เมื่อเราโตขึ้นเรื่อย ๆ มีการเรียนรู้ที่มากพอ และเห็นแบบอย่างของความรักที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

รักจากพ่อแม่ที่มีให้เราเสมอมาด้วยการไม่หวังอะไรตอบแทน

รักของคุณครูที่พร่ำสอนให้เราเติบโตไปเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคม

รักจากพี่น้องที่มีความปรารถนาดีให้กัน

รักจากคนรักที่มีทั้งความหวานชื่นและปะปนไปด้วยน้ำตา

รักของเพื่อนที่คอยมอบกำลังใจให้กันเสมอมา

รักคนในสังคมที่อยากเห็นเพื่อนมนุษย์มีความเป็นอยู่เท่าเทียม

รักธรรมชาติแบบที่ธรรมชาติรักเรา ฯลฯ

ว่ากันง่าย ๆ ว่า “รักแบบสูงส่งหรือ รักที่จริงแท้” คือการปล่อยให้เกิดอิสระระหว่างกันและกัน ดังที่คุณแม่ “แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต” ผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน เล่าถึงความรักที่บริสุทธิ์สำหรับแม่ว่า “ความรักยังอยู่ แม้สิ่งที่รัก เราจะไม่ได้ครอบครอง” นั่นก็ทำให้เราเข้าใจได้ว่า ความรักที่จริงแท้โดยไม่หวังผลตอบแทนย่อมทำให้เกิด “ความสุข” ขึ้นในหัวใจของผู้ที่ให้อย่างแท้จริง

ความสุขของฉัน – ครอบครัว – สังคม

ถ้าถามลึกลงต่อไปว่า “ความสุข” ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และอะไรบ้างถึงเรียกว่าความสุข เราจะจัดการสร้างสมดุลแห่งความสุขได้อย่างไร สสส. โดยสำนักสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (สำนัก8) มีคำตอบให้เรา โดยแบ่งความสุขออกเป็น 8 ด้าน หรือที่เรียกว่า ความสุข 8 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย 1.Happy Body การเป็นผู้มีสุขภาพดี แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ โดยใช้ชีวิตอย่างมีความสุข 2.Happy Heart การเป็นผู้มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น โดยคิดถึงคนอื่นด้วยใจเอื้ออาทรต่อกัน 3.Happy Society การเป็นผู้ที่รักและดูแลองค์กรของตนเองและสังคมได้ 4.Happy Relax สามารถจัดการอารมณ์ของตนเอง รู้จักและหาวิธีผ่อนคลาย เพื่อรักษาสมดุลของชีวิต 5.Happy Brain รักการเรียนรู้และเป็นมืออาชีพในการทำงาน หาความรู้และพัฒนาตัวเองเพื่อให้เป็นมืออาชีพในงานที่ทำ 6.Happy Soul มีคุณธรรมและความกตัญญู เป็นคนดีและมีศรัทธาต่อศาสนา มีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต 7.Happy Money รู้จักเก็บ รู้จักใช้ มีชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง และ 8.Happy Family รักและดูแลครอบครัวตัวเองได้ มีครอบครัวอบอุ่นและมั่นคง หมั่นให้กำลังใจกันและกันเสมอ

ความสุขทั้ง 8 ประการนี้เป็นแนวคิดของการจัดสมดุลชีวิตของมนุษย์ ผ่านความสุขที่ทับซ้อนกันอยู่ ทั้ง “ความสุขในมิติส่วนตัว ความสุขในมิติครอบครัว และความสุขในมิติสังคม” นี่คือการแบ่งความสุขออกมาอย่างชัดเจนและจัดการความสุข ดังนั้นคนที่มีสุขภาพดีดูแลตนเองไม่เป็นภาระแก่ใคร มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น มีคุณธรรม กตัญญู มีการเรียนรู้เป็นมืออาชีพในงานตนเอง รักและดูแลครอบครัว รักและดูแลองค์กร/สังคม ย่อมเป็นผลลัพธ์ของ ‘บุคคลที่สามารถบริหารสมดุลแห่งความสุขได้’

ถ้าความกลมกล่อมที่จะผสมผสาน “ความรัก” ให้ลงตัว อร่อย หอมหวานนั้น คงจะมี “ความสุขทั้ง 8 ประการ” ที่ช่วยจัดการความสมดุลให้เข้าที่เข้าทางอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้ วาเลนไทน์ปีนี้ขอให้ทุกคนได้พบและสัมผัสกับรักแท้ เพื่อนำความสุขที่เกิดขึ้นมาดูแลตัวเราเองและคนรอบข้างให้ลงตัวนะคะ

– สุขสันต์วันวาเลนไทน์ –

ขอบคุณข้อมูล จาก สสส.

loading
×